วันศุกร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

3 สิ่ง ในชีวิต ที่มิอาจหวนคืน!


คำพูด เวลา และ โอกาส  
3 สิ่ง ในชีวิต ที่มิอาจหวนคืน!

 UploadImage 

หนึ่งสิ่ง คือ “คำพูด”
ซึ่งไม่ว่าจะดี ร้าย เมื่อสื่อสารออกไปให้ผู้อื่นได้ยิน ย่อมไม่สามารถเรียกคืน หรือ ลบล้างได้ วาจาจะกลายเป็นนายตั้งแต่พูดจบประโยคทุกครั้งไป ดังนั้น ก่อนเอ่ยคำ ควรชิงทำหน้าที่เป็นนายอย่างเต็มที่ คิดก่อนพูด เอาใจเขามาใส่ใจเรา ยึดความสัตย์จริง รักษาคำพูด จะช่วยเรียกมิตร เป็นที่ยกย่อง และน่านับถือน้ำใจ

สอง คือ “เวลา”
 
ใน 1 วัน ทุกคนมีเวลาเท่ากัน ขึ้นอยู่กับว่าใครจะบริหาร หรือ จัดการให้เกิดประโยชน์ได้ดีกว่า ซึ่งในความเป็นจริงแล้วชีวิตมนุษย์สั้นเกินจะทำทุกสิ่งได้ครบอย่างตั้งใจ หลายคนจึงไม่หยุดนิ่งนาน วางแผนใช้เวลาคุ้มค่าเพื่อสร้างกำไรด้านปัจจัย 4 ให้ตนเอง และครอบครัวได้ดำรงอยู่อย่างมั่นคง แข็งแรงที่สุด

สุดท้าย “โอกาส”
ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนักในชีวิตหลาย ๆ คน และส่วนใหญ่ก็มาถึงโดยไม่ทันตั้งตัว ผู้ที่เตรียมตัวเองให้พร้อมเสมอ เพื่อรอจังหวะ และใช้โอกาสที่รับมานั้นให้ดีที่สุด ย่อมได้ประโยชน์


สำคัญเช่นนี้ พึงระวังใช้ “สติ” ควบคุมรักษา 3 สิ่งมีค่า “คำพูด เวลา และโอกาส” ไม่ให้สูญหายอย่างน่าเสียดาย

ที่มา เดลินิวส์ออนไลน์

การอัพโหลดและแชร์ไฟล์ใน Google Drive

พื่อนคนหนึ่งบอกให้ส่งไฟล์วีดีโอให้ทางอีเมล์  พอถึงตอนที่ต้องแนบไฟล์วีดีโอ กลับล้มเหลวหลาย ครั้ง ดิฉันจึงใช้วิธีการอัพโหลดฝากไฟล์ที่Google Drive  ต่อจากนั้นก็นำลิงค์วีดีโอไปวางแปะใน E-mail ให้เพื่อนมาเปิดดุ หรือ ดาวน์โหลดจาก Google Drive ดีกว่า  เพราะ Google Drive มีบริการให้อัพโหลดฝากไฟล์ ไม่ว่าจะป็นไฟล์เอกสาร วีดีโอ  ไฟล์เสียง หรือ ข้อมูลต่างๆ ฟรี มีพื้นที่ให้ถึง 5GB แถมยังแชร์ไปยัง e-mail หรือ facboook,twitter หรืออื่นๆ ได้แบบง่าย ๆ ทั้งสามารถนำไฟล์ดังกล่าวไปเล่นออนไลน์ในหน้าเวบไซต์ได้อีกด้วยซิ   วันนี้มาลองดูขั้นตอนการอัพโหลดและแชร์ไฟล์ไปให้เพื่อนผ่าน Google Drive กันนะคะ
การอัพโหลดวีดีโอไปยัง Google drive
1. ล็อกอินเข้าใช้งาน Google Drive ผ่าน Google account 
2. คลิ๊กที่ไอคอน อัพโหลด เลือกไฟล์  ดังรูปที่ 1
ขั้นตอนการอัพโหลดวีดีโอาก Google drive
ขั้นตอนการอัพโหลดวีดีโอาก Google drive

3. เลือกวีดีโอที่ต้องการอัพโหลด คลิ๊ก Open
การตั้งค่าการใช้งานร่วมกันใน Google drive
3. รอจนกระทั่งการอัพโหลดขึ้นสถานะเสร็จสมบูรณ์ คลิ๊กที่ ใช้งานร่วมกัน

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

4. เพราะเราต้องการแบ่งปันลิงค์วีดีโอให้เพื่อน ดังนั้น จึงเปลียนสิทธิ์ในการเข้าถึง การ  ส่วนตัว  คลิ๊กที่เปลี่ยน
เลือกการแสดงผลไฟล์ใน Google Drive

5. ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว  เพราะดิฉันเอง ต้องการแชร์ลิงค์วีดีโอไปยัง เพื่อน จึงตั้งค่าสาธารณะทางเวบ เพราะ อนุญาติให้ใครๆ ก็สามารถค้นเจอวีดีโอนี้ได้    หากใครไม่ต้องการให้คนอื่นๆ ค้นเจอ อาจเลือกเป็น ทุกคนที่มีลิงค์ เพื่อแชร์แค่เพื่อนที่มีลิงค์จึงจะสามารถเข้ามาดูวีดีโอก็เป็นได้ค่ะ  ต่อจากนั้นคลิ๊กบันทึก
แชร์ลิงค์จาก Google Drive กับเพื่อน
6 เสร็จแล้วค่ะสถานะการแบ่งเปันเป็นสาธารณะทางเวบ  ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตทุกคนสามารถค้นพบ ให้คัดลอกลิงค์ที่จะแบ่งปัน นำไปวางใน อีเมล์  หลังจากที่เพื่อนคลิีกผ่านลิงค์นั้น ก็จะสามารถเข้ามาใช้งานไฟล์วีดีโอ หรือไฟล์อื่นๆ ใน Googel Drive ได้ โดยที่ไม่ต้องล็อกอินเข้าใช้งาน Google Drive ค่ะ

ผักบ็อคโคลี่ที่มากด้วยประโยชน์

บร็อคโคลี่อีกหนึ่งผักสีเขียวที่มีสรรพคุณและประโยชน์นานา ๆ เลยทีเดียว ใครที่ไม่ชอบทาน บร็อคโคลี่ คงต้องมาดูข้อมูล บร็อคโคลี่ สรรพคุณและประโยชน์กันแล้วว่า เจ้าผักบร็อคโคลี่เนี่ยจะให้ประโยชน์อะไรแก่ร่างกายของเราได้บ้าง
ผักบ็อคโคลี่ที่มากด้วยประโยชน์
ผักบ็อคโคลี่ที่มากด้วยประโยชน์
แต่ขอบอกเลยว่า ถ้าคุณ ๆ ได้อ่านยิ่งโดยสาว ๆ ด้วยแล้วได้รู้ สรรพคุณของบร็อคโคลี่ และประโยชน์ของบร็อคโคลี่ แล้ว รับรองว่าคุณจะต้องชอบทาน บร็อคโคลี่ กันทุกวันอย่างแน่นอนเลย นั้นเรามาดูสรรพคุณและประโยชน์ของบร็อคโคลี่กันเลยดีกว่า
สรรพคุณ
ใครที่ไม่ชอบกินบร็อคโคลี่ฟังทางนี้ ในบร็อคโคลี่มีสารที่เรียกว่า ซัลโฟราเฟน (sulforaphane) ซึ่งเป็นสารป้องกันโรคมะเร็ง บร็อคโคลี่ 1 ถ้วยตวง ให้วิตามินซีมากถึง 13% ของปริมาณวิตามินซีที่เราควรรับประมทานต่อวันและบร็อคโคลี่ก็อุดมไปด้วยเบต้า-แคโรทีน นอกจากจะเป็นแหล่งวิตามินเอที่สำคัญ บร็อคโคลี่ ยังมีธาตุซีลีเนียมที่มีสรรพคุณช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิวหนังอีกด้วย ดังนั้น การรับประทานบร็อกโคลี่เป็นประจำจะช่วยชะลอผิวพรรณไม่ให้เหี่ยวย่นง่ายดูอ่อนกว่าวัยเป็นหนุ่มสาวอยู่ตลอดเวลา 
ประโยชน์
1. ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย
2. ช่วยบำรุงผิวพรรณ เพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิวหนัง ช่วยชะลอผิวพรรณไม่ให้เหี่ยวย่น ทำให้ดูอ่อนเยาว์ตลอดเวลา (ซีลีเนียม)
3. ช่วยบำรุงและรักษาสายตา ป้องกันการเกิดต้อกระจก
4. ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง ป้องกันโรคกระดูกพรุน เรื่องจากบร็อคโคลี่เป็นผักที่มีแคลเซียมสูง
5. ช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งต่างๆ เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งปอด มะเร็งผิวหนัง มะเร็งกระเพาะอาหาร และมะเร็งต่อมลูกหมาก โดยสามารถ
6. ช่วยป้องกันอนุมูลอิสระที่จะเข้าไปทำลายเซลล์และทำลาย DNA ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็ง
7. ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอก
8. ช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจ
9. ผักในตระกูลกะหล่ำ มีความสัมพันธ์กับการช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะหัวใจวาย และโรคหลอดเลือดสมองได้ (Strokes)
10. ช่วยป้องกันโรคความดันโลหิตสูง
11. ช่วยทำให้หลอดเลือดแข็งแรงยิ่งขึ้น
12. ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคปอดร้ายแรง จากงานวิจัยของ ดร.ชีแอม บิสวัล (วิทยาลัยแพทยศาสตร์จอห์นส ฮอฟกินส์ USA) พบว่าสารในบร็อคโคลี่อาจช่วยยับยั้งการทำลายที่นำไปสู่ไปการเป็นโรคปอดร้ายแรง หรือที่เรียกว่าโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังได้ (Chronic Obsructive Pulmonary Disease หรือ COPD) โดยโรค COPD มักมีสาเหตุมาจากการสูบบุหรี่ โดยสารซัลโฟราเฟนในบร็อคโคลี่จะช่วยส่งเสริมให้ยีน NRF2 ในเซลล์ปอดเกิดกิจกรรมเพิ่มขึ้น จึงช่วยป้องกันเซลล์ดังกล่าวไม่ให้ถูกทำลายจากสารพิษต่างๆในกลุ่มผู้สูบบุหรี่ได้ และผู้ป่วย COPD ระยะก้าวหน้าจะมีการทำกิจกรรมกับยีน NRF2 ในระดับต่ำกว่ากลุ่มอื่น โดยยีนดังกล่าวจะทำหน้าที่เปิดให้กลไกหลายอย่างเพื่อขับพิษและสารก่อพิษต่างๆทำงาน เพื่อไม่ให้สารพิษทำลายเซลล์ปอด
13. ช่วยป้องกันการเกิดโรคเบาหวาน
14. สารซัลโฟราเฟนสามารถช่วยป้องกันการทำลายของหลอดเลือดที่เกิดจากโรคเบาหวานได้มีส่วนช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล
15. ช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ จากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยคิง คอลเลจ ลอนดอน ระบุว่ามีเพียงผักผลไม้ 5 ชนิดเท่านั้นที่มีารประกอบที่ทำหน้าที่คล้ายยาที่ใช้รักษาโรคอัลไซเมอร์ ซึ่งได้แก่ บร็อคโคลี่ ส้ม แอปเปิ้ล หัวไชเท้า และมันฝรั่ง โดยบร็อคโคลี่นั้นเป็นผักที่มีสารดังกล่าวมากที่สุด
16. ช่วยป้องกันความผิดปกติของเด็กแรกเกิด
17. ช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟันเนื่องจากบร็อคโคลี่มีวิตามินซีที่สูงมาก
18. บร็อคโคลี่มีส่วนช่วยลดความถี่ของอาการไมเกรนลง เนื่องจากเป็นผักที่มีแมกนีเซียมสูง
19. สารซัลโฟราเฟนในบร็อคโคลี่ เป็นตัวช่วยทำให้ตับขับสารพิษในร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบร็อคโคลี่ต้นอ่อนที่มีอายุเพียง 3 วัน
20. ช่วยในการขับถ่าย ป้องกันโรคท้องผูก
21. บร็อคโคลี่มีสารเคอร์เซทิน (Quercetin) ซึ่งเป็นตัวช่วยเพิ่มความอึด แรงดี ออกกำลังได้นานขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันโรคหอบหืด ภูมิแพ้ มะเร็ง โรคหัวใจได้อีกด้วย
22. การรับประทานบร็อคโคลี่จะช่วยป้องกันและลดการลุกลามของโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งเป็นเซลล์ที่มีแนวโน้มการแข่งตัวอย่างรวดเร็ว (งานวิจัยของคุณหมอ Steven Schwartz มหาวิทยาลัย Ohio State University เมือง Columbus)
23. ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคไขข้อ
24. บร็อกโคลี่มีโฟเลตสูง ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับหญิงตั้งครรภ์ในระยะเริ่มแรก เพราะช่วยลดความเสี่ยงจากการพิการทางสมองของเด็กรารก
25. ผักบร็อคโคลี่สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู เช่น บร็อคโคลี่ผัดกุ้ง ผัดหมี่ ซุป พิซซา พาสต้า เสต็ก สลัด ยำ ฯลฯ หรือจะนำมาใส่กับข้าวผัด ผัดซีอิ้ว ราดหน้า ผัดมักกะโรนีก็ได้เช่นกัน

ผักบ็อคโคลี่ที่มากด้วยประโยชน์
ผักบ็อคโคลี่ที่มากด้วยประโยชน์

วิธีทำน้ำบ็อคโคลี่
1. ให้เตรียมวัตถุดิบดังนี้ ก้านบร็อคโคลี่ปอกเปลือกหั่นเป็นชิ้น 10 ชิ้น และแอปเปิ้ล 1/2 ผล
2. จากนั้นนำบร็อคโคลี่มาหั่น ปอกเปลือกออกเอาแต่เนื้อขาวใสด้านในแล้วหั่นเป็นชิ้น และหั่นแอปเปิ้ลเป็นชิ้นๆ
3. หลังจากนั้นนำส่วนผสมที่หั่นไว้ใส่เครื่องคั้นแยกกากก็จะได้น้ําบร็อคโคลี่สดๆ มาดื่มแล้ว
แหล่งที่มา:www.สุขภาพไทย.com

งานประเพณีอุ้มพระดำน้ำและเทศกาลอาหารอร่อยจังหวัดเพชรบูรณ์ ประจำปี 2557



21 กันยายน 2557 - 25 กันยายน 2557

เชิญร่วมงานประเพณีอุ้มพระดำน้ำ


ขบวนแห่-พระพุทธมหาธรรมราชาทางบกและทางน้ำ 

พิธีอุ้มพระดำน้ำ การแสดง แสง เสียง การแข่งขันพายเรือทวนน้ำ

 การประกวดจัดโต๊ะหมู่บูชาและเทศกาลอาหารอร่อยจังหวัด

เพชรบูรณ์

ภาพสวยๆ


5 เคล็ดลับการอ่านหนังสือสอบ

นี่ก็เป็นอีกเคล็ด(ไม่)ลับที่เฟรินเอามาฝากนะค่ะ
5 เคล็ดลับการอ่านหนังสือสอบ

1. คนที่อ่านหนังสือคนเดียวมักจะเสียเปรียบ คนที่อ่านเป็นกลุ่มมักจะได้เปรียบ เนื่องจากอ่านคนเดียวอาจเข้าใจคลาดเคลื่อน หรืออ่านไม่ตรงจุด หรือ(บางคน)อาจอ่านไม่รู้เรื่อง ถ้าอ่านเป็นกลุ่มโอกาสอ่านผิดจุดจะยากขึ้น และยังพอช่วยกันฉุดได้

2. ควรอ่านเองที่บ้านก่อน 1 รอบ และจับกลุ่มติว เสร็จแล้วกลับไปอ่านทบทวนเองที่บ้านอีก 1 รอบ (ต้องรับผิดชอบตัวเอง)

3. ผลัดกันติว ใครเข้าใจเรื่องใดมากที่สุดก็ให้เป็นผู้ติว ข้อสำคัญ อย่าคิดแต่จะเป็นผู้รับอย่างเดียว จงคิดว่าเป็นผู้ให้ก่อน แล้วคนอื่น (ถ้าไม่แล้งน้ำใจเกินไป) ก็จะให้ตอบเอง

4. ผู้ติวจะได้ทบทวนเนื้อหา และจะรู้ว่าตัวเองขาดอะไร บกพร่องอะไร จากคำถามของเพื่อนที่สงสัย บางครั้งเพื่อนก็สามารถเสริมเติมเต็มในบางจุดที่ผู้ติวขาดหายได้

5. การติวจะทำให้เกิดการ Share ความคิด และฝึกวิธีทำงานร่วมกับผู้อื่น ช่วยพัฒนาทั้งด้าน IQ และ EQ (อ่านเองจะพัฒนาแต่ IQ)

หลักธรรมะง่าย ๆ ที่เหมาะนำมาใช้กับชีวิตประจำวัน


หลักคิด 16 ข้อ  ซึ่งบรรจุอยู่ใน

พรหมวิหาร   อิทธิบาท4   อริยสัจ4   และสังคหวัตถุ 4  

 

พรหมวิหาร 4” หลักธรรมประจำใจ

 

พรหมวิหาร 4   ประกอบด้วย

ความเมตตา  กรุณา  มุทิตา  และอุเบกขา 

เพื่อให้ชีวิตตนเอง  ครอบครัวและคนรอบข้าง 

เกิดความร่มเย็นเป็นสุขไปทั่ว

 

1. เมตตา  :  ความปรารถนาให้ผู้อื่นได้รับสุขทั้งทางกายและใจ

2. กรุณา   :  
ความปรารถนาให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ทั้งทางกายและใจเช่นกัน

3. มุทิตา   :  
ความยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดีในเรื่องต่างๆ  โดยไม่คิดริษยา

4.อุเบกขา :  
การรู้จักวางเฉย  หรือวางใจเป็นกลาง เพื่อพิจารณา 

สิ่งต่างๆ ไม่ซ้ำเติมผู้ที่ตกอับ พร้อมกับมีน้ำใจให้ความ 

ช่วยเหลือตามสมควร  

 

อิทธิบาท 4” หลักธรรมเพื่อความสำเร็จ

อิทธิบาท  แปลว่าบาทฐานแห่งความสำเร็จ 
หมายถึงสิ่งซึ่งมีคุณธรรม เพื่อให้ลุถึงความสำเร็จ
ตามที่ตั้งใจ  ผู้หวังความสำเร็จในสิ่งใด  ต้องทำตน
ให้สมบูรณ์  โดยมีพื้นฐานจาก 
ข้อนี้

 

5. ฉันทะ  :  
ความพอใจในสิ่งที่ตนมี  ตนเป็น  ไม่ต้องการอยากได้ 

ใคร่มีมากเกินไป ซึ่งจะนำมาสู่ความโลภ

6. วิริยะ :

ความพากเพียรในสิ่งนั้น ไม่ย่อท้อง่ายๆ เมื่อพบกับอุปสรรค

 

 7. จิตตะ :

ความเอาใจใส่ฝักใฝ่ ไม่ล้มเลิกความตั้งใจกลางคันง่ายๆ

มีสมาธิจดจ่ออยู่กับสิ่งนั้นๆ

 

8. วิมังสา  : 

ความมีเหตุมีผลในเรื่องนั้นๆ  ความรู้จริงด้วยการศึกษา

อย่างลึกซึ้งถ่องแท้ เพื่อความเข้าใจ และความสำเร็จ 


อริยสัจ 4”  ความจริงแห่งชีวิต

เป็นความจริง ประการที่ทุกคนต้องเคยพบ 
คือการมีอยู่ของทุกข์ เหตุแห่งทุกข์  ความดับทุกข์ 
และหนทางไปสู่ความดับทุกข์
 
 

 

9.  ทุกข์  "ความทุกข์เกิดขึ้นได้จากภาวะเกิด  แก่  เจ็บ  ตาย "

ความไม่สมหวังทั้งปวง รวมไปถึงความสูญเสีย ความ

โกรธ  ความริษยา  อาฆาต  ความวิตกกังวล  ความกลัว 

ความอยาก  ความยึดมั่นถือมั่น  การพรัดพราก ฯลฯ 

เหล่านี้ล้วนเป็นทุกข์ทั้งสิ้น


10. สมุทัย 

เหตุแห่งทุกข์  คือการพิจารณาถึงที่มาของทุกข์นั้นว่า
เพราะอะไร  เกิดขึ้นได้อย่างไร

 

11. นิโรธ  ความดับทุกข์  เมื่อรู้ต้นเหตุของความทุกข์แล้ว ก็ต้อง
หาทางกำจัดเสีย  ทุกข์ก็จะไม่เกิดขึ้นอีก  หรือเกิดก็
น้อยลง  โดยการทำความเข้าใจและยอมรับความจริง
ของชีวิต

 

12. มรรค  
หนทางนำไปสู่ความดับทุกข์  คือการใช้ชีวิตอย่างมีสติ
 เพื่อให้เกิดปัญญา ที่จะชี้นำไปสู่หนทางของการพ้นทุกข์ 
 


สังคหวัตถุ 4”  เพื่อการยึดเหนี่ยวจิตใจ

หลักธรรมที่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวน้ำใจของผู้อื่น
เป็นการผูกไมตรีด้วยการเอื้อเฟื้อเกื้อกูลกัน

 

13. ทาน  :  
การให้  การเสียสละ  การแบ่งปันเพื่อประโยชน์แก่คนอื่น
ช่วยปลูกฝังให้เป็นคนที่ไม่เห็นแก่ตัว  ไม่ยึดติดวัตถุ  และ
คำนึงเสมอว่าไม่มีสิ่งใดยั่งยืน

 

14. ปิยวาจา : 
การพูดจาด้วยถ้อยคำที่ไพเราะอ่อนหวาน  จริงใจ
ไม่พูดหยาบคายก้าวร้าว พูดในสิ่งที่เป็นประโยชน์
เหมาะกับกาลเทศะ ถือเป็นบันไดขั้นแรกในการ
สร้างความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง

 

15. อัตถจริยา การให้ความช่วยเหลือด้วยจิตในที่เป็นกุศล

 

16. สมานัตตา : 
การเป็นผู้มีความสม่ำเสมอ  โดยประพฤติตัวให้มี
ความเสมอต้นเสมอปลาย  ช่วยให้เป็นคนจิตใจ
หนักแน่น  ไม่โลเล รวมทั้งยังเป็นการสร้างความ
นิยม  และไว้วางใจให้แก่ผู้อื่นอีกด้วย

 

จาก 16 แนวคิดที่กล่าวมา หากเลือกบางข้อที่เหมาะส

นำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน คงช่วยให้ทุกๆวัน เต็มไปด้วย

ความสงบสุข  ซึ่งความสุขดังกล่าวจะกระจายไปสู่ผู้คนรอบข้าง

ให้ได้มีความสุขสงบกันอย่างถ้วนทั่ว

บัญญัติ 10 ประการ สำหรับผู้ใช้อินเทอร์เน็ต


 อาจารย์ ยืน ภู่วรวรรณ ได้กล่าวถึงบัญญัติ 10 ประการ ซึ่งเป็นจรรยาบรรณที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตยึดถือไว้เสมือนเป็นแม่บทของการปฏิบัติ ผู้ใช้พึงระลึกและเตือนความจำเสมอ มีดังนี้
              1. ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์ทำร้าย หรือละเมิดผู้อื่น
              2. ต้องไม่รบกวนการทำงานของผู้อื่น
              3. ต้องไม่สอดแนม แก้ไข หรือเปิดดูแฟ้มข้อมูลของผู้อื่น
              4. ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการโจรกรรมข้อมูลข่าวสาร
              5. ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์สร้างหลักฐานที่เป็นเท็จ
              6. ต้องไม่คัดลอกโปรแกรมของผู้อื่นที่มีลิขสิทธิ์
              7. ต้องไม่ละเมิดการใช้ทรัพยากรคอมพิวเตอร์โดยที่ตนเองไม่มีสิทธิ์
              8. ต้องไม่นำเอาผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตน
              9. ต้องคำนึงถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับสังคมอันติดตามมาจากการกระทำของท่าน
              10. ต้องใช้คอมพิวเตอร์โดยเคารพกฎระเบียบ กติกา และมีมารยาท
              จรรยาบรรณเป็นสิ่งที่ทำให้สังคมอินเทอร์เน็ตเป็นระเบียบ ความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นเรื่องที่จะต้องปลูกฝังกฎเกณฑ์ ของแต่ละ เครือข่าย จะต้องมีการวางระเบียบ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีระบบ และเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน บางเครือข่ายมีบทลงโทษที่ชัดเจน เช่น การปฏิบัติผิดกฎเกณฑ์ของเครือข่าย จะต้องตัดสิทธิ์การเป็นผู้ใช้ของเครือข่าย
              ในอนาคตจะมีการใช้เครือข่ายคอมพิวเตอร์เป็นจำนวนมาก จรรยาบรรณจึงเป็นสิ่งที่ช่วยให้สังคมอินเทอร์เน็ต สงบสุข หากมีการละเมิดอย่างรุนแรง กฎหมายจะเข้ามามีบทบาทต่อไป (โครงการเครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อโรงเรียนไทย :
http://www.school.net.th/ )

กลุ่มอาการใหม่ของสังคม กลัวเป็นคนไม่สำคัญ

‘FOMO เป็นคำย่อของกลุ่มอาการ Fear of Missing Out’ ขณะนี้มีคนในสังคมยุคใหม่จำนวนมากมีอาการของ FOMO ซึ่งหมายถึง กลุ่มอาการกลัวเป็นคนไม่สำคัญ กลัวไม่มีใครคิดถึง

ส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่ม-สาวที่หมกมุ่นและ "ติด" การใช้เครื่องมือสื่อสารสมัยใหม่ทางอินเทอร์เนต เช่น การเล่นไลน์ เฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ ฯลฯ ยิ่งเล่นก็ยิ่งติด ยิ่งติดก็ยิ่งเล่น ทำไมเป็นอย่างนั้น เป็นเพราะเขาสร้างโลกส่วนตัวเขาเองว่าเขาสามารถมี เพื่อนได้มากๆ มีความสำคัญที่สามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างไม่มีขอบเขตจำกัดและมีคนเข้ามาแสดงความเห็นกด Like ให้เขาด้วย ยิ่งมากเท่าไรยิ่งทำให้ตัวเองรู้สึกมีความสำคัญมีค่ามากขึ้นเท่านั้น

คุณคงอยากเห็นตัวอย่างของคนที่มีอาการ FOMO ผมจะยกตัวอย่างให้ฟัง
มีสามีคนหนึ่งมาปรึกษาผมว่าภรรยาเขา (อายุ 36 ปี) ติดการเล่นอินเทอร์เนตมากโดยเฉพาะการใช้เฟซบุ๊ค ทวิตเทอร์ และไลน์ เล่นตลอดเวลาแทบทั้งวันทั้งคืนเพราะเธอเป็นแม่บ้าน ไม่ได้ทำงานประจำ สามีอยากพูดคุยก็ไม่อยากพูดด้วย บางครั้งเธอออกไป ตามศูนย์การค้ากับสามีเธอจะเดินยิ้มคนเดียว หัวเราะคนเดียว (คงคิดถึง comment ต่างๆ ในการสื่อสารกับคนในเฟซบุ๊ค) และเธอจะทักคนแปลกหน้าได้สบายๆ แต่สั้นๆ เช่น สวัสดีค่ะ สบายดีไหมคะ ซึ่งบางคนก็ทักตอบ บางคนก็ทำหน้าแปลกๆ เวลาอยู่กับสามีก็จะแยกตัวอยู่กับอินเทอร์เนต มักมีอารมณ์ฉุนเฉียวรุนแรง ไม่อยากพูดกับใครๆ

สามีถามว่าเธอจะเป็นบ้าไหม แต่เธอยังพอพูดคุยรู้เรื่องผมไม่ได้เห็นภรรยาแต่ตอบได้ว่าถ้าปล่อยไว้เธออาจเป็นบ้าหรือป่วยทางจิตได้ เพราะเธอเริ่มแยกโลกส่วนตัวแล้ว ชักไม่อยากอยู่ในโลกของความเป็นจริง เธอมีโลกออนไลน์ส่วนตัวของเธอที่ทำให้เธอสนุก รู้สึกมีค่าและทันเหตุการณ์ ทันสมัย ในขณะที่โลกของความเป็นจริงเธออาจจะเบื่อหน่ายและไม่สนุก

เธอกลัวว่าเธอจะไม่มีความสำคัญ ไม่มีคนคิดถึง เธอจึงเล่นและติดอินเทอร์เนตมากขึ้น เพราะสามารถทำให้เธอรู้สึกได้ว่าเธออยู่ท่ามกลางผู้คนมากมายที่พร้อมจะพูดคุยสั้นๆ ด้วยกันได้ เพราะต่างก็ FOMO ด้วยกันเป็นส่วนใหญ่ เธอไม่สนใจสร้างความสัมพันธ์กับมนุษย์ธรรมดาๆ ที่อยู่ในโลกของความเป็นจริง

FOMO เหมือนเป็นกลุ่มอาการ "หลง" ชนิดหนึ่งที่เป็นกันมากทั่วโลก ในอเมริกาก็มีคนเป็นแบบนี้มาก ในเมืองไทยก็มีมากขึ้น

ผลตามมาก็คือพวกนี้มักมีสมาธิสั้น อารมณ์แปรปรวน ได้ง่าย โดยเฉพาะถ้าไม่ได้เล่นอินเทอร์เนตจะหงุดหงิดง่าย หลายคน มีความวิตกกังวลกลัวการสูญเสียข่าวสารการติดต่อกับผู้คนอื่นๆ บางคนกำลังเป็นโรคซึมเศร้า โกรธง่าย และขาดความคิดสร้างสรรค์

หลายคนมีผลเสียตามไปถึงที่ทำงาน ทำให้ทำงานไม่ได้ ผลดี เข้ากับผู้คนรอบตัวไม่ดี เพราะขาด "ความสัมพันธ์" ที่ดีกับเพื่อนมนุษย์จริงๆ ที่อยู่รอบตัว แต่รอคอยที่จะหาทาง "ติดต่อ" กับมนุษย์ในอากาศจำนวนมากทางเครื่องมือสื่อสารสมัยใหม่

ลองถามตัวเองและสังเกตผู้คนรอบข้างดูบ้างซิว่า มีใคร มีกลุ่มอาการ FOMO บ้างไหม ? หลายคนอาจต้องการการรักษาหรือบำบัดแล้วก็ได้แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะรักษาได้ง่ายๆ หรอก เพราะโรค "ติด" อะไรสักอย่างรักษายากทั้งนั้นถ้าเขาไม่อยากให้รักษา ดูแลตัวเองกันให้ดีๆ นะครับพี่น้องร่วมสังคม Social Network ทั้งหลาย

ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้า โดย ศ.ดร.นพ.วิทยา นาควัชระ(จิตแพทย์)

การเติมกำลังใจให้ตัวเอง

การเติมกำลังใจให้ตัวเอง


หลายคนที่อ่านบทความผมในตอนนี้อาจท้อ เหนื่อย ปวดหัวกับงานที่ทำ จากคอนเซปของผมนะครับ อยู่ที่การมอง การมองเป็นสิ่งที่เราสามารถทำได้เลยครับ 
วิธีการทำให้เราหายเหนื่อยกับงานเเละมีกำลังใจสู้ต่อ
หลายคนรวมถึงตัวผมด้วยเคยเป็นใช่ไหมละครับ ไอ้ตัวขี้เกลียดเนี่ย มันก็เกิดกับทุกคนเเล้วเเต่ช่วงเวลา เวลาผมท้อกับอะไรบางอย่าง 
  • ผมจะไปมองคนที่เค้าประสบความสำเร็จก่อนครับเมื่อเรามองเเล้วเราก็คิดว่า ถ้าเราเป็นแบบเค้ามันคงดี ยังงี้ก็เริ่มมีความฮึกเหิมขึ้นมาใช่ไหมละครับแต่ยังอาจมีสิ่งในใจของคุณ กำลังค้านกับความคิดอยู่ เรามีวิธีต่อครับ 
  • เมื่อผมมองคนที่ประสบความสำเร็จเเล้ว ผมจะมองคนที่ยังไม่ได้ทำแบบผมครับ ทุกครั้งที่ผมมองแบบนี้จะมีกำลังใจขึ้นมาเสมอครับ 
ก็คิดว่าอย่างหน่อยๆเราก็ทำด้ทำสิ่งนี้ไม่ใช่หรอ ถึงมันจะไม่ได้อะไรเเละไม่มีใครทำ เเต่สิ่งที่คุณได้เเน่ๆคือประสบการณ์ครับ หลายคนอาจจะบอกว่าเดี๋ยวค่อยทำ ทำไปเดี๋ยวก็ล้มเหลว หรือ ไม่ใช่ทุกคนที่จะทำได้หรอก ถ้าคุณมองอย่างงี้คุณก็จะเป็นแบบนี้ไปตลอด จริงอยู่ความล้มเหลวเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นกับตัวเรา แต่คุณลืมไปเเล้วหรอว่า ความสำเร็จต่างๆนั้นไม่มีคำว่าฟลุคทุกอย่างเกิดขึ้นจากความล้มเหลว
คุณจะเริ่มไม่เริ่มก็เเล้วเเต่คุณแต่สิ่งที่คุณหลีกเลี่ยงไม่ได้คืออายุของคุณมันนับถอยหลังไปทุกๆวินาที

บัญญัติสิบประการของการใช้คอมพิวเตอร์ไว้ดังนี้

บัญญัติสิบประการของการใช้คอมพิวเตอร์ไว้ดังนี้ 1. ไม่ใช้คอมพิวเตอร์ทำร้ายผู้อื่น 2. ไม่รบกวนจนงานคอมพิวเตอร์ของผู้อื่น 3. ไม่แอบดูแฟ้มข้อมูลของผู้อื่น 4. ไม่ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อลักขโมย 5. ไม่ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อเป็นพยานเท็จ 6. ไม่ใช้หรือทำสำเนาซอฟต์แวร์ที่ตนไม่ได้ซื้อสิทธิ์ 7. ไม่ใช้คอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยไม่มีอำนาจหน้าที่ 8. ไม่ฉวยเอาทรัพย์ทางปัญญาของผู้อื่นมาเป็นของตน 9. คิดถึงผลต่อเนื่องทางสังคมของโปรแกรมที่เขียน 10. ใช้คอมพิวเตอร์ในทางที่แสดงถึงความใคร่ครวญและเคารพ

วันอาทิตย์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

18 เคล็ดลับในการใช้ "Google"


 



18 เคล็ดลับในการใช้ "Google" ที่หลายคนยังไม่รู้ อาจเปลี่ยนการใช้ไปตลอดกาล 


          เรารู้ดีกว่า Google ถือเป็นแหล่งความรู้ระดับจักรวาลเลยก็ว่าได้ มีปัญหาอะไรก็มาถามอากู๋ได้หมด แม้แต่อกหักอากู๋ก็มีคำปรึกษาให้ (เพราะเคยมีคนมาถามในพันทิป) แต่เราก็ใช้อากู๋เพียงแค่ค้นหา เรายังไม่รู้ว่ามันทำอะไรได้มากกว่านั้น


                วันนี้จึงนำ 18 เคล็ด(ไม่)ลับของอากู๋มาให้เพื่อนๆได้ใช้ อาจทำให้หลายคนใช้อากู๋ในแง่ที่เปลี่ยนไปมากขึ้น

1. คุณสามารถตั้งเวลาได้ เพียงแค่พิมพ์ว่า “set timer … minute” กี่นาทีก็ว่ากันไป



 2. สามารถคำนวนทิปได้ด้วยนะ



 3. สามารถค้นหาวันหยุดของคุณได้เพียงพิมพ์ชื่อวันนั้นๆลงไป



4. หาวันที่หนังเปิดตัวได้ด้วย



5. ดูตารางรายการทีวีได้ด้วยนะ




6. หาเพลงจากวงโปรดได้ด้วย


 7. หาชื่อหนังสือจากนักเขียนคนโปรดก็ได้



 8. ดูข้อมูลการบินได้ด้วย



9. ดูว่าพระอาทิตย์จะขึ้นกี่โมงได้ด้วย




10. หาข้อมูลของบริษัทก็แสนจะง่าย



11. ทำให้เว็บหมุด พิมพ์ว่า “do a barrel roll”



12. หรือจะให้มันเอียงนิดๆก็พิมพ์ “tilt”



13. ถ้าค้นหาคำว่า “recursion” มันก็จะให้คนหาคำว่า “recursion” วนลูป



14. ถ้าคุณจะเรียงคำโดยใช้คำว่า “anagram” (แปลว่าเรียงคำ) มันก็เรียงคำให้คุณ14. ถ้าคุณจะเรียงคำโดยใช้คำว่า “anagram” (แปลว่าเรียงคำ) มันก็เรียงคำให้คุณ



15. ถ้าจะหานิยามของคำว่า “anagram” มันก็จะเอาไปเรียงใหม่อยู่ดี



16. ถ้าค้นหาคำว่า “Zerg Rush” จะมีเกมมาให้เล่น



17. สามารถบอกถึงรากศัพท์ของคำนั้นๆได้ด้วยนะ



18. คำนวนค่าโภชนการอาหารให้ได้ด้วย ไม่ต้องกลัวอ้วนแล้ว


ที่มา : http://www.catdumb.com